· เปรียบเทียบแอป · 2 min read

แอปจดรายรับรายจ่ายฟรี 2026: รวมมิตร 7 แอปยอดนิยมในไทย

อยากเริ่มจดรายรับรายจ่ายแต่ไม่รู้จะเลือกแอปไหน? บทความนี้รวม 7 แอปจดเงินฟรียอดนิยมในไทย เปรียบเทียบจุดเด่น เหมาะกับใคร และวิธีเลือกให้ใช้ต่อเนื่องได้จริง

อยากเริ่มจดรายรับรายจ่ายแต่ไม่รู้จะเลือกแอปไหน? บทความนี้รวม 7 แอปจดเงินฟรียอดนิยมในไทย เปรียบเทียบจุดเด่น เหมาะกับใคร และวิธีเลือกให้ใช้ต่อเนื่องได้จริง

เลือกแอปจดเงินให้ถูก = ใช้ต่อเนื่องได้จริง

คนส่วนใหญ่เลิกจดรายจ่ายไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะเลือกแอปที่ ซับซ้อนเกินไป หรือไม่เข้ากับชีวิต

โบ้รวม 7 แอปจดรายรับรายจ่ายฟรียอดนิยมในไทย เปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมา ไม่โจมตีใคร เพื่อช่วยให้คุณเลือกแอปที่ ใช้ได้นานกว่า 3 วัน

หมายเหตุ: ฟีเจอร์และราคาอาจเปลี่ยนตามเวลา ตรวจสอบในแอปก่อนตัดสินใจ


สรุปเปรียบเทียบเร็ว

แอปจุดเด่นเหมาะกับ
TangBoe (ตังโบ้)ใช้ง่าย ภาษาไทย โฟกัสคุมงบมือใหม่ที่อยากเริ่มจดให้เป็นนิสัย
Money Loverฟีเจอร์เยอะ ใช้ได้หลายประเทศคนที่คุ้นเคยและอยากได้ระบบครบ
Piggipoยอดนิยมในไทย จัดหมวดง่ายคนไทยที่อยากเริ่มจดแบบคุ้นเคย
Wallet (BudgetBakers)รายงานหลากหลายคนที่ชอบดูกราฟและสถิติ
SpendeeUI สวย แชร์งบกับครอบครัวคู่รัก/ครอบครัวที่อยากดูงบร่วม
FinNoteเรียบง่าย เน้นจดเร็วคนที่อยากจดแบบ minimal
Google Sheets / Excelยืดหยุ่นสูงสุดคนที่ชอบ custom เอง

1) TangBoe (ตังโบ้) — เริ่มจดให้เป็นนิสัย

TangBoe คือแอปจัดการการเงินส่วนบุคคลที่ออกแบบมาให้ จดรายรับรายจ่ายง่าย เห็นภาพชัด คุมงบได้จริง

จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย เริ่มได้เร็ว ไม่ต้องตั้งค่ายาว
  • เน้นภาษาไทยและประสบการณ์คนไทย
  • ตั้งงบ แยกหมวด ดูรายงาน — ครบสำหรับมือใหม่
  • โฟกัส “ทำให้จดต่อเนื่องได้” มากกว่าฟีเจอร์เยอะ

เหมาะกับใคร

  • มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มจดรายจ่าย
  • คนที่เคยเลิกแอปอื่นเพราะซับซ้อน
  • คนที่อยากคุมงบและลดเงินรั่ว

อ่านเพิ่ม:


2) Money Lover — ฟีเจอร์ครบ ใช้ได้หลายประเทศ

Money Lover เป็นแอปจดเงินที่ได้รับความนิยมสูง มีผู้ใช้ทั่วโลก

จุดเด่น

  • ฟีเจอร์หลากหลาย รองรับหลายสกุลเงิน
  • มีทั้งเวอร์ชันฟรีและ Premium
  • รายงานและกราฟหลายแบบ

เหมาะกับใคร

  • คนที่เคยใช้ Money Lover อยู่แล้ว
  • คนที่ต้องการระบบครอบคลุมหลายประเทศ

เทียบกับ TangBoe: TangBoe vs Money Lover


3) Piggipo — แอปไทยที่คนใช้เยอะ

Piggipo เป็นแอปจดรายรับรายจ่ายที่ได้รับความนิยมในวงกว้างของคนไทย

จุดเด่น

  • คุ้นเคยในวงกว้าง
  • จัดหมวดและสรุปรายการได้
  • มีฟีเจอร์วางแผนการเงิน

เหมาะกับใคร

  • คนไทยที่อยากใช้แอปที่คนรอบตัวใช้
  • คนที่ต้องการเริ่มจดแบบไม่ซับซ้อนมาก

เทียบกับ TangBoe: TangBoe vs Piggipo


4) Wallet by BudgetBakers — รายงานและกราฟเด่น

Wallet จาก BudgetBakers เน้นรายงานและการวิเคราะห์การเงิน

จุดเด่น

  • กราฟและรายงานหลากหลาย
  • รองรับการเชื่อมบัญชีธนาคาร (ขึ้นกับธนาคาร/ประเทศ)
  • มีทั้งฟรีและ Premium

เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบดูสถิติและกราฟ
  • คนที่อยากวิเคราะห์รายจ่ายเชิงลึก

เทียบกับ TangBoe: TangBoe vs Wallet (BudgetBakers)


5) Spendee — UI สวย แชร์งบกับครอบครัว

Spendee มี UI ที่สวยงาม และรองรับการแชร์งบกับคนในครอบครัว

จุดเด่น

  • ดีไซน์ทันสมัย
  • แชร์งบกับคู่รัก/ครอบครัวได้
  • รองรับหลายสกุลเงิน

เหมาะกับใคร

  • คู่รักที่อยากดูงบร่วมกัน
  • คนที่ชอบ UI สวยและใช้งานลื่น

อ่านเพิ่ม: คู่รักแบ่งค่าใช้จ่ายยังไง?


6) FinNote — จดเร็ว เรียบง่าย

FinNote เป็นแอปจดรายจ่ายแบบ minimal เน้นความเร็ว

จุดเด่น

  • จดรายการได้เร็ว
  • UI เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
  • เหมาะกับคนที่อยากจดแบบไม่ยุ่งยาก

เหมาะกับใคร

  • คนที่อยากจดแค่จำนวน + หมวด ไม่ต้องการฟีเจอร์เยอะ
  • คนที่เบื่อแอปที่ตั้งค่ายาว

7) Google Sheets / Excel — ยืดหยุ่นสูงสุด

ไม่ใช่แอป แต่หลายคนใช้สเปรดชีตจดรายจ่าย

จุดเด่น

  • Custom ได้ 100%
  • ไม่ต้องพึ่งแอปของใคร
  • ฟรี (ถ้ามี Google Account)

ข้อเสีย

  • ต้องตั้ง template เอง
  • ไม่มี reminder หรือรายงานอัตโนมัติ
  • มักเลิกเพราะลืมอัปเดต

เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบ DIY และมีเวลาตั้งระบบเอง
  • คนที่ต้องการควบคุมข้อมูล 100%

วิธีเลือกแอปให้ใช้ต่อเนื่อง (ไม่เลิกใน 3 วัน)

1) เลือกแอปที่ “เริ่มได้ใน 5 นาที”

ถ้าตั้งค่าเกิน 15 นาที โอกาสเลิกสูง เริ่มจากแอปที่จดรายการแรกได้เร็ว

2) อย่าเปรียบเทียบฟีเจอร์ทุกแอปก่อนเริ่ม

ลองใช้ 1 แอป 7 วันก่อน ถ้าไม่เข้ากัน ค่อยเปลี่ยน

3) โฟกัส “จดต่อเนื่อง” มากกว่า “ฟีเจอร์ครบ”

แอปที่ดีที่สุด = แอปที่คุณ เปิดทุกวัน

อ่านต่อ: เริ่มจดรายรับรายจ่ายยังไงให้ไม่เลิกใน 3 วัน


โบ้แนะนำแบบไหน?

ถ้าคุณ…ลองแอปนี้ก่อน
เพิ่งเริ่มจด อยากใช้ง่ายTangBoe
อยากได้ฟีเจอร์เยอะ คุ้นเคย Money LoverMoney Lover
อยากใช้แอปไทยที่คนรอบตัวใช้Piggipo
ชอบกราฟและสถิติWallet
คู่รักอยากดูงบร่วมSpendee
อยากจดแบบ minimalFinNote
ชอบ DIY เองGoogle Sheets

สรุปสั้น ๆ

  • แอปจดรายรับรายจ่ายฟรีมีหลายตัว — ไม่มีตัวไหน “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน
  • เลือกแอปที่ เริ่มง่าย ใช้ต่อเนื่องได้
  • ลอง 7 วันก่อนตัดสินใจ
  • ถ้าอยากเริ่มจดให้เป็นนิสัยและคุมงบได้จริง — ลอง TangBoe ก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แอปฟรีจริงไหม มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงไหม?

ส่วนใหญ่มีเวอร์ชันฟรี + Premium ฟรีมักพอสำหรับมือใหม่ ตรวจสอบในแอปก่อนสมัคร

ต้องเชื่อมบัญชีธนาคารไหม?

ไม่จำเป็น จดมือก็ได้ การเชื่อมบัญชีช่วยความสะดวก แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ

ใช้หลายแอบพร้อมกันได้ไหม?

ได้ แต่โบ้แนะนำเลือก 1 แอปหลัก ใช้ต่อเนื่อง 30 วันก่อนค่อยเปลี่ยน

TangBoe ต่างจากแอปอื่นยังไง?

เน้นใช้ง่าย ภาษาไทย และทำให้จดต่อเนื่องได้ ไม่เน้นฟีเจอร์เยอะจน overwhelm

เริ่มจากอะไรดี?

สมัครแอป → ตั้ง 5 หมวด → จด 7 วัน → รีวิวผล

อ่านคู่มือ: ตั้งงบเดือนแรกใน TangBoe


ลอง TangBoe ฟรีวันนี้

พร้อมเริ่มจดรายรับรายจ่ายแล้ว?

เลือกแอปที่ใช้ได้นาน — แล้วจดต่อเนื่อง งบจะค่อย ๆ นิ่งขึ้นเอง 🐶

ดูบทความทั้งหมด

อ่านต่อกับโบ้ 🐶

ดูบทความทั้งหมด »

TangBoe vs Money Lover: เทียบแอปจดรายรับรายจ่าย เลือกอันไหนดี?

เปรียบเทียบ TangBoe (ตังโบ้) กับ Money Lover สำหรับคนอยากเริ่มจดรายรับรายจ่ายแบบจริงจัง: ต่างกันตรงไหน และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ใช้ยังไงไม่พังงบ? สรุปเงื่อนไข + วิธีคุมรายจ่ายจริง

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ใช้ยังไงไม่พังงบ? สรุปเงื่อนไข + วิธีคุมรายจ่ายจริง

โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่ม 1 มิ.ย. 2569 รัฐช่วยสูงสุด 1,000 บาท/เดือน บทความนี้สรุปเงื่อนไขที่ถูกต้อง และวิธีใช้สิทธิโดยไม่ให้เงินช่วยเหลือกลายเป็นแรงจูงให้ใช้เกินงบ